ปิดฉากแชร์ข้าวสาร สงสัย! จับตัวเอง

อ่าน  1423 ครั้ง

“แก๊งแชร์พันล้าน ทุบนักข่าวล้อมกรอบเจ้าหน้าที่...” พาดหัวยักษ์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันที่ 30 พฤศจิกายน 2550 ยืนยันถึงจุดจบแชร์ข้าวสารขาใหญ่ ลำสาลี

วันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา...ดีเอสไอ ประสาน สคบ. และ ปปง. กระทรวงการคลัง พร้อมกองทัพนักข่าวบุกไปเก็บหลักฐาน อาคาร 6 ชั้น แยก ถนนกรุงเทพกรีฑา ที่ตั้งบริษัทอีซี่ เน็ตเวิร์ค จำกัด พร้อมจับกุมนายปฐม อัญสกุล อายุ 28 ปี ประธานกรรมการ ผู้จัดการ และอีกตำแหน่ง หัวหน้าพรรคไทยร่ำรวย ผู้สมัคร ส.ส.แบบสัดส่วน กลุ่ม 6 เบอร์ 1

ฐานความผิด...ประกอบธุรกิจผิดพระราชกำหนดกู้ยืมเงิน ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

การปิดฉากของวงแชร์ข้าวสารขาใหญ่ น่าจะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ วงแชร์เมืองไทย เพราะมีบางเสียงยืนยันว่า หน่วยงานรัฐเป็นเจ้าทุกข์เปิดฉากฟ้องร้องเอาผิด ปิดบริษัทแชร์ข้าวสารด้วยตัวเอง

วงแชร์จะสิ้นสุดลง...ด้วยการถูกจับ ผู้สันทัดกรณีแชร์ลูกโซ่ บอกว่า เกิดได้ 2 กรณี ถูกจับจริง กับถูกจับปลอม

กรณีแรก...ถูกจับจริง หมายความว่า วงแชร์ปิดฉากด้วยตัวของมันเอง... หมุนเงินไม่ทัน จ่ายปันผลให้สมาชิกวงแชร์ไม่ได้ สมาชิกเป็นผู้เสียหายถูกลอยแพก็ต้องมาฟ้อง เรียกร้องค่าเสียหาย

เจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการเก็บข้อมูล พยานหลักฐาน สืบสาวเอาความไปถึงตัวผู้กระทำผิดเหมือนกรณีแชร์ข้าวสาร บริษัทร่วมทุนค้าปลีก จำกัด จังหวัดเชียงใหม่

กรณีที่สอง...แจ้งจับตัวเอง วงแชร์ระดมทุน หลอกสมาชิกลงเงินได้มากพอแล้ว ถึงจุดที่ต้องจ่ายปันผลก้อนใหญ่ ก็แจ้งจับตัวเอง

ตัวอย่างง่ายๆ แชร์ข้าวสารอีซี่ 3 เดือนแรก ลงหุ้น หุ้นละ 700 บาท ผ่านไป 3 เดือน...จ่ายปันผลคืนหุ้นละ 500 บาท ไม่มีปัญหา วงแชร์ยังหมุนเงินสมาชิกใหม่จ่ายสมาชิกเก่า หรือเอาเงินสมาชิกเก่าจ่ายสมาชิกเก่าด้วยกันได้คล่อง

ถัดมาอีก 3 เดือน...แชร์ข้าวสารต้องจ่ายปันผลก้อนใหญ่สุด 1 หุ้น 1,500 บาท ถ้าประเมินจำนวนคน...จำนวนเงินลงหุ้นใหม่ที่เข้ามา หักลบกลบหนี้กับเงินปันผลที่ต้องจ่ายออกไป...ชักจะไม่คุ้ม อาจมีรายการ แจ้งจับตัวเอง

วงจรแชร์ข้าวสารสิ้นสุดด้วยฝีมือเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าของบริษัทแชร์ข้าวสารขาใหญ่ตัวจริง ยังมีเงินเหลือล้นเต็มกระเป๋า

การแจ้งจับตัวเอง ผู้ต้องหาที่โดนจับ ส่วนใหญ่เป็นผู้จัดการบริษัท หรือกรรมการผู้จัดการ ที่อุปโลกน์ จ้างมา ไม่ใช่ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง มีอำนาจสั่งการ จัดการผลประโยชน์ที่แท้จริง

“คดีฉ้อโกง โทษไม่หนักถึงประหารชีวิต ติดคุกไม่กี่ปี ประพฤติดีได้ลดโทษ ไม่นานก็ออกมาใช้ชีวิตได้ปกติ...

การเอาผิด ถึงจะมีกฎหมายยึดทรัพย์พ่วงท้ายไปด้วย แต่ในทางปฏิบัติ ทุกวงแชร์ที่ผ่านๆมา ทรัพย์สินเงินทอง ยักย้ายถ่ายเทไปได้ไม่ยากนัก”

แชร์ข้าวสารขาใหญ่เครือข่ายอีซี่ มีพฤติการณ์เปิดบัญชีหลายธนาคารในสาขาทุกจังหวัด นับได้เป็น 1,000 บัญชี

หลายเดือนมาแล้ว ผู้อยู่ในแวดวงธนาคารสำนักงานใหญ่ก็สงสัย บริษัท อีซี่ เน็ตเวิร์ค ประกอบกิจการอะไรทำไมถึงต้องเปิดบัญชีมากมายขนาดนี้ เหตุผลฟากบริษัท ก็บอกว่าเพื่อลดภาระค่าธรรมเนียมโอนเงินของสมาชิก

ความเป็นจริง...เป็นการกระจายตัวเงินให้ตรวจสอบยาก แต่ถ่ายโอนย้ายเข้ากระเป๋าใครต่อใครได้ง่ายกว่า

แชร์ข้าวสารอีซี่ จะเป็นกรณีนี้ มีผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังหรือไม่ หน่วยงานรัฐ คงต้องติดตามกันต่อไป

ผู้สันทัดกรณีวงการแชร์ใต้ดินเมืองไทย วิเคราะห์ต่อไป ไม่แน่ว่าผู้บริหารหัวหน้าแชร์ข้าวสารอีซี่ อาจจะเป็นตัวจริงก็ได้

ที่พลาดพลั้ง...เพราะเชื่อมั่นในขุมกำลังตัวเองมากเกินไป

งานประชุมระดมสมาชิกบนเวทีใหญ่ สนามกีฬาหัวหมาก เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีคนมาจากทั่วสารทิศ กว่า 40,000 คน เกือบเต็มสนาม

บริษัทเหมารถบัสมาจากทั่วทุกสารทิศ เฉพาะจังหวัดร้อยเอ็ด มากัน 15 คันรถ...เอาแบบนั่งๆยืนๆกันสบายๆ คันละ 80 คน ก็ปาเข้าไปแล้ว 1,200 คน

บรรยากาศวันนั้นมีความฮึกเหิมมาก ผู้นำวงแชร์พูดผ่านเครื่องขยายเสียงได้ยินกันถ้วนหน้า เฉพาะเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเดือนเดียว มียอดขายกว่า 1,100 ล้านบาท

แถมสำทับอีกว่า... “บริษัทแชร์ข้าวสารของเขา เสียภาษีมากกว่า หนังสือพิมพ์บางฉบับเสียอีก”

ยอดขายเดือนเดียว...พันกว่าล้าน สมาชิกฟังแล้วจะรู้สึกอย่างไร แน่นอนส่วนใหญ่ยอมทุ่มเงิน กู้หนี้ยืมสิน...เทลงหุ้นหมดหน้าตัก

ที่น่าสนใจ แชร์ข้าวสารอีซี่ ใช้แผนการตลาดเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ประกอบการมาแล้วกี่เดือน?

ประเมินกันคร่าวๆ ยอดสมาชิกหลังวันระดมสมาชิกชูนโยบายความร่ำรวย มีอย่างน้อย 2 แสนคน เอาแค่ลงกันคนละ 10 หุ้น 14,500 บาท แชร์ข้าวสารจะมีเงินหมุน 2,900 ล้านบาท ถ้าทุ่มลงกันคนละ 100 หุ้น 145,000 บาท

แชร์วงนี้...จะมีเงินถึง 29,000 ล้านบาท

และในวันนั้น ผู้นำแชร์ข้าวสารยังคุยอีกว่า ถ้าผ่านพ้นไปถึงวันที่ 14 ธันวาคม บริษัทจะจัดงานประชุมอีกครั้ง จะมีสมาชิกผู้ทรงเกียรติมาร่วมงานอีกเป็นแสนคน

วันนี้...วงจรแชร์ข้าวสารจบลง แต่ความยิ่งใหญ่ยังได้ชื่อว่าเป็นอภิมหา

แชร์ เป็นตำนานยิ่งกว่าแชร์แม่ชะม้อย หรือแชร์แจกรถยนต์ที่ถึงจุดจบไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว

แชร์รถยนต์เทียบไม่ติด วงเงินไม่กี่ร้อยล้านบาท แชร์ข้าวสารอีซี่ ลำสาลี ความสูญเสียด้านตัวเงินมีมากกว่า อีกทั้งจำนวนคนก็มีมากกว่ามหาศาล

“ไม่ว่าแชร์จะล้มเอง หรือตั้งใจที่จะล้ม ความเสียหายที่เกิดขึ้นสูสีกันทั้งนั้น โอกาสที่ผู้เสียหายแต่ละรายจะได้เงินคืนมีไม่เกินร้อยละ 10 ของความเสียหายที่เกิดขึ้น”

แชร์แม่ชะม้อย ชดเชยค่าเสียหายได้แค่ร้อยละ 3-5 สมาชิกแชร์ข้าวสารลำสาลีคงต้องตั้งตารอด้วยความหวัง ไม่รู้ว่าจะได้คืนค่าเสียหายเท่าไหร่...และเมื่อไหร่

และต้องรู้อีกว่า...สมาชิกแชร์ข้าวสารกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวบ้านรากหญ้า มีอาชีพทำไร่ทำนาเลี้ยงปากทอง

“แชร์ลูกโซ่ไม่ได้ซับซ้อน ถ้าไม่มองด้วยความโลภ...ยังไงก็ไม่มีความเป็นไปได้”

สุทิน พงศาจารุ บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์การตลาด In Marketing เน้นวิเคราะห์กลยุทธ์การตลาดทุกธุรกิจ บอก

ปัจจุบัน ธุรกิจขายตรงที่ทำธุรกิจถูกต้องมียอดขายรวมปีละ 40,000 ล้านบาท จากบริษัทเล็กใหญ่ 400 แห่ง แต่แชร์ข้าวสาร แชร์ลูกโซ่ ถือเป็นบาปของธุรกิจขายตรง

“แชร์ลูกโซ่...สร้างผลกระทบโดยตรงกับภาพลักษณ์ธุรกิจขายตรง คนจะมองว่า ขายตรงกับแชร์ลูกโซ่ก็เหมือนๆกัน จนแยกกันไม่ออก”

ความเป็นจริง...ข้อสงสัยที่ว่า ธุรกิจไหนเป็นแชร์ลูกโซ่หรือเปล่า สุทิน ย้ำว่า ถ้าเป็นธุรกิจขายตรงที่แท้จริง ให้กั้นกำแพงล้อมกรอบสมาชิกเหล่านี้เอาไว้เสมือนเป็นเมืองเมืองหนึ่ง สมาชิกเหล่านั้นจะดำรงชีวิตอยู่ได้เป็นวัฏจักรมีเครือข่าย ซื้อแล้วใช้...หมดไป ก็กลับไปซื้อซ้ำๆ

เชิงธุรกิจ หมายความว่า...เม็ดเงินมีการหมุนเวียน สลับสับเปลี่ยนมืออย่าง สมประโยชน์ นักขาย...คนทำงานได้คอมมิชชั่น ยิ่งขายได้มากก็ยิ่งได้เงินมาก ใครไม่ขายก็ไม่ได้เงิน เกิดเป็นวงจรค้าขายสินค้ากันจริงๆ...

ในทางกลับกัน ถ้าเป็นธุรกิจปั่นเงิน แชร์ลูกโซ่ มันนี่เกม สมาชิกลงเงินอย่างเดียวเพื่อหวังเงินปันผล...จะไม่มีการซื้อซ้ำ ไม่มีการสร้างเครือข่ายสร้างองค์กร

สมาชิกแชร์ลูกโซ่ลงทุนแล้ว จะรอเวลาได้รับเงินปันผลตามกติกาที่เจ้าของแชร์กำหนดขึ้นมาเท่านั้น

“ธุรกิจขายตรงอยู่ได้ด้วยตัวของมันเอง สินค้าดี...ขายได้ดีก็อยู่ได้นาน แชร์ลูกโซ่แค่เอาเงินคนที่มาที่หลังมาหมุนจ่ายให้คนที่มาก่อน...หมุนไม่ทัน ไม่มีคนหลงเข้ามาซื้อหุ้น...ก็อยู่ไม่ได้”

สุทิน กล่าวทิ้งท้าย
 
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 
ความคิดเห็นจากผู้อ่าน
 
- ยังไม่มี -
   
ย้อนกลับ
หน้าแรก