เครื่องบินโดยสารรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่ายโบอิง 787 ดรีมไลน์เนอร์ บ.โดยสารขนาดกลางลำตัวกว้าง ที่จะทำให้อุตสาหกรรมการบินกลับมาคึกคัก ด้วยการประหยัดน้ำมัน บินได้ไกล และยังเป็นตัวเก็งเครื่องโดยสารของ ปธน.สหรัฐฯ ลำต่อไป...
ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดเครื่องบินโดยสารเชิงพาณิชย์ ในช่วงปี ค.ศ.2000 ที่โบอิงเสนอทางเลือกที่เหนือกว่าด้วยโครงการเครื่องบินโดยสารความเร็วสูงเหนือเสียง โดยในช่วงแรกนั้น โบอิง ต้องการจะพัฒนาเครื่องบินร่นใหม่เพื่อทดแทน 767 ที่มียอดสั่งซื้อชะลอตัวลง เพื่อจะแข่งขันกับเครื่องบินแอร์บัส เอ 330-200 เป็นเครื่องบินความเร็วเหนือเสียง แต่ใช้เชื่อเพลิงในปริมาณที่เท่ากับ 767 และ เอ330 แต่ภายหลังเหตุการณ์วินาศกรรม 11 ก.ย.2001 และ วิกฤติราคาน้ำมัน ทำให้ไม่เป็นที่ตอบรับมากนัก โบอิงจึงปรับเปลี่ยนโครงการมาพัฒนาเครื่องบินโดยสารโดยนำเครื่องเทคโนโลยี ที่ได้จากการพัฒนาเครื่องบินความเร็วเหนือเสียงมาใช้แทน และใช้ชื่อว่า 7E7 (มีรหัสระหว่างการพัฒนาว่า Y2 ในโครงการโบอิงเยลโลสโตน โปรเจ็กต์) โดยจุดเด่นที่ความเร็วเหนือเสียง 0.95-0.98 มัค และพิสัยการบินไกลเทียบเท่าเครื่องจัมโบเจ็ต อย่าง โบอิง-747-400 ทว่าค่าใช้จ่ายเทียบเท่าเครื่องบินพิสัยกลาง ลำตัวกว้างอย่างโบอิง 767-300 ด้วยการบินอีท็อปส์ (ETOPS)

ETOPS (Extended-range Twin-engine Operation Performance Standards) คือ เป็นมาตราฐานการสร้างเครื่องยนต์ สำหรับเครื่องบิน ใช้กับเครื่องบินที่มี 2 เครื่องยนต์เท่านั้น มากกว่า 2 ไม่จำเป็นต้องมี ETOPS นับเป็นมาตรฐานความปลอดภัยอย่างหนึ่ง ที่ออกให้สำหรับ เครื่องยนต์ และเครื่องบินที่สามารถทำการบินต่อไป เมื่อสูญเสียเครื่องยนต์เครื่องใดเครื่องหนึ่งไป (ดับหรือไฟไหม้ต้องดับเครื่อง) โดยมีหน่วยวัดค่าเป็นนาที (เวลา) กล่าว เครื่องยนต์ที่เหลืออีกเครื่องหนึ่งจะต้องรองรับการทำงาน ภายใต้ภาวะการทำงานหนักมากกว่าการบินเดินทางปกติ เรียกว่า เต็มสูบตลอดระยะเวลา จนกว่าจะร่อนลงจอด ณ สนามบินที่ใกล้ที่สุด และสามารถร่อนลงได้ โดยความปลอดภัย
จนในที่สุดโบอิงก็เผยโฉมเครื่องบินโดยสารแห่งยุคอนาคต ในรหัส "787 ดรีมไลเนอร์" โดยออกแบบมาให้เป็นอากาศยานขนาดกลาง ลำตัวกว้าง แบบใช้เครื่องยนต์ 2 ตัว ออกแบบโดยฝ่ายผลิตเครื่องบินพาณิชย์โบอิง มีเครื่อง 2 แบบถูกผลิตออกมาใน ขณะนี้ คือ 787-8 และ 787-9 ที่มีขนาดลำตัวยาวมากขึ้น จุผู้โดยสารได้มากกว่า 20% มีการออกแบบปีกใหม่ที่มีความแข็งแรงและเบา ขณะที่ปลายปีกก็ออกแบบใหม่เพื่อช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง ตัวฝาครอบเครื่องยนต์ก็ทำให้ลดแรงต้านในอากาศ

โบอิงได้กล่าวไว้ว่า 787 จะเป็นเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานมากกว่าเครื่องบินรุ่น ก่อนๆ และเป็นเครื่องบินโดยสารรุ่นแรกที่ใช้วัสดุส่วนใหญ่เป็นคอมโพสิต เรียกว่า ซีเอฟอาร์พี ขณะที่ส่วนสำคัญอื่นๆ ก็ยังคงใช้โลหะอลูมิเนียม เช่น แพนหางดิ่ง และแพนหางระดับ และที่เป็นไทเทเนียมอย่างไพลอนยึดเครื่องยนต์ โดยการที่ใช้วัสดุผสมซีเอฟอาร์พีที่มีความแข็งแรงกว่าโลหะ ลดจำนวนหมุดยึดทว่าได้น้ำหนักเบากว่าเครื่องบินที่ทำจากโครงสร้างอลูมิเนียมอย่างเดียวถึง 20% นั่นจึงทำให้ 787 สามารถเพิ่มความดันอากาศภายในเครื่องเทียบได้กับความดันที่ความสูง 6000 ฟุต แทนที่จะเป็น 8000 ฟุต จึงลดอาการปวดหัว เหนื่อยล้า และไม่สบายตัวต่างๆ ของผู้โดยสารได้
ส่วนใช้เครื่องยนต์ที่นำมาติดตั้งก็รุ่นล่าสุด ที่ถือว่าทันสมัย เงียบขึ้น ประหยัดน้ำมันได้มากกว่า 20% และกำลังขับสูงอย่าง General Electric GEnx หรือ Rolls-Royce Trent 1000 ที่มีฝาครอบเครื่องยนต์ใหม่แบบฟันเลื่อยเพื่อลดเสียงรบกวน แต่ยังให้กำลังขับ 64,000 ปอนด์ฟอร์ซ (280 กิโลนิวตัน) และ 71,000 ปอนด์ฟอร์ซ (320 กิโลนิวตัน) ตามลำดับ จึงช่วยให้สายการบินต่างๆ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการบินได้มากกว่า

โดยเครื่อง 787 ลำแรกได้เปิดเผยโฉมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 (ซึ่งเรียงโดยวิธีการแบบอเมริกันจะได้ว่า 07/08/07) ที่โรงงานผลิตเครื่องบินเอเวอเร็ตต์ มลรัฐวอชิงตัน และ เมื่อวันที่ 7 เดือน ส.ค.2554 ที่ผ่านมา โบอิงก็สามารถส่งมอบ 787 ที่ใช้เครื่องยนต์ Rolls-Royce Trent 1000 ให้กับลูกค้ารายแรก คือ ออลนิปปอนแอร์เวย์ หรือ ANAได้สำเร็จเป็น โดยเป็น 1 ในยอดซื้อทั้งหมด 55 ลำทั้ง โดยแผนการของออลนิปปอนแอร์เวยส์จะใช้เครื่องแบบ 787-8 สำหรับเส้นทางระยะสั้นภายในประเทศ และเส้นทางระยะไกล เช่น บาร์เซโลนา ประเทศสเปน ดุสเซลดอร์ฟ ในเยอรมนี บรัสเซล ของเบลเยียม บอสตัน เดนเวอร์ ไมอามี ของสหรัฐอเมริกา และ มอนทรีออลในแคนนาดา ทั้งนี้ สายการบิน ANA จะเปิดให้บริการเที่ยวบินแรกในเดือน ต.ค.2554 เป็น charter international flight (เช่าเหมาลำ)จากสนามบินนาริตะ-ฮ่องกง
สิ่งที่่น่าสนใจอีกอย่างที่ทำให้ดรีมไลน์เนอร์ เป็นเครื่องบินในฝันของการเดินทางทางอากาศยุคใหม่ คือ ตัวห้องโดยสาร จากข้อจำกัดในเรื่องความคับแคบ และเพดานต่ำๆ แต่ 787 ดรีมไลน์เนอร์ ได้รับการออกแบบและการตกแต่งภายในให้ห้องผู้โดยสารโปร่งขึ้น โดยเพิ่มความสูงของเพดานเครื่อง และการปรับใช้โทนสีฟ้า ทำให้รู้สึกโปร่งและสบายตา เหมือนนอนมองท้องฟ้านอกจากจะทำให้รู้สึกสบายและผ่อนคลายแล้ว ระบบไฟในตัวห้องผู้โดยสาร จะปรับไฟสว่าง-มืด ตามเวลาจริง เพื่อลดอาการ Jet Lag ของผู้โดยสารได้
ใน
ส่วนของหน้าต่าง ของ 787 ได้มีการปรับให้สูงขึ้น สำหรับผู้โดยสารที่มีความสูงมากๆ เมื่อมองออกไปทางหน้าต่างลดอาการเมื่อยคอได้ และการควบคุมหน้าต่างด้วยระบบไฟฟ้าโดยลูกเรือ ลดการเปิดๆปิดๆหน้าต่างของผู้โดยสารริมหน้าต่าง ซึ่งจะรบกวนผู้โดยสารท่านอื่น เพราะแสงที่ส่องเข้ามา รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆที่ถูกใส่ไว้ใน Boeing 787 เช่น ระบบ ความบันเทิงส่วนตัว In-Flight Entertainment ที่มากับรีโมท จอภาพแอลอีดี ช่องเสียบ USB 2.0 สำหรับเชื่อมต่อเครื่องเล่นดิจิตอล หรือ ไอพอด ไอโฟน รวมทั้ง อินเทอร์เน็ต (ขึ้นอยู่กับการให้บริการของแต่ละสายการบิน)
ขณะนี้โบอิงมียอดการสั่งซื้อ 827 เครื่อง แบ่งเป็นเครื่องแบบ 787-8 จำนวน 561 เครื่อง และแบบ 7887-9 อีก 266 เครื่อง และราคาค่าตัวอยู่ที่เครื่องละ 161-171 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับ โบอิง 787-8 และ 195-205 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับรุ่น 787-9 ที่เป็นรุ่นปรับปรุงจาก 787-8 มีพิสัยการบินไกลขึ้นมีที่นั่งเพิ่ม 250-290 ที่นั่งจากปกติ 250 ที่นั่ง มีพิสัยบินไกล 8,500 ไมล์ทะเล โดยจะมีสายการบินแอร์นิวซีแลนด์เป็นลูกค้ารายแรกของโลก.
ข้อมูลอ้างอิง
เว็บไซต์วิิกิพีเดีย http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%87_787
http://en.wikipedia.org/wiki/Boeing_787_Dreamliner
http://en.wikipedia.org/wiki/All_Nippon_Airways
เว็บไซต์ www.hflight.net/forum/m-1125924271/ (ETOPS คือ อะไร )
นิตยสาร The Aerospace Magazine ฉบับที่ 53 เดือน พ.ย.2553 (ฺBOEING 787 Dreamliner)
เว็บไซต์ http://japaijapan.com/ana-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0% B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87 %E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81-%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89/
เว็บไซต์ ไทยรัฐออนไลน์