น้ำมันแพง...ราคาขยับขึ้นไม่หยุดหย่อนวิกฤตการณ์น้ำมันแพงไม่ใช่เพิ่งจะเกิดขึ้นใน พ.ศ.นี้...เกิดมาไม่ต่ำกว่า 8 ปี
เพราะราคาน้ำมันที่ขยับแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มให้เห็นมาตั้งแต่ ปี 2542 ที่ตอนนั้นราคาน้ำมันเบนซิน 95 อยู่ที่ราคาลิตรละ 10.35 บาท...ดีเซลลิตรละ 7.59 บาท
ไต่ราคาขึ้นมาเรื่อย วันนี้เบนซิน 95 อยู่ที่ลิตรละ 31.19 บาท...ดีเซล 28.14 บาท
ทั้งที่คนไทยต้องประสบกับปัญหามาช้านานและทั้งที่มีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาล จัดหาพลังงานอย่างอื่นมาทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงได้แล้ว เพราะยังไงราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นตลอด มีแต่แพงไม่มีลด
แต่รัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเชื่องช้า ฉลาดคิดเร็วทำเร็ว รวยแล้วไม่โกง...หาเชื้อเพลิงพลังงานทดแทนได้แบบพื้นๆ
แก๊สโซฮอล์-ไบโอดีเซล
คิดทำได้แค่นี้แล้ว จะไปแก้ปัญหาได้อย่างไร ในเมื่อทั้งแก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล ล้วนต้องพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศเป็นหลัก มากถึง 90-95%
คิดได้แค่นี้...คนไทยก็ยังต้องรับกรรมภัยน้ำมันแพงอยู่ดี
ที่อ้างทำให้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล ถูกกว่าลิตรละหลายบาท นั่นเป็นเพียงแค่รายการปาหี่มายากล สร้างตัวเลขหลอกต้มคนไทย แบบเอาอัฐยายซื้อขนมยาย
ขึ้นราคาน้ำมันอย่างอื่นให้แพง เพื่อเอากำไรไปโปะขายน้ำมันอย่างอื่นถูกลง
พูดง่ายๆ สร้างราคาปั้นตัวเลขหลอกต้มชาวบ้านไม่ให้รู้สึกว่า รัฐบาลบ้องตื้นทำอะไรไม่เป็น เท่านั้นเอง
สร้างภาพให้เห็นว่าฉันเก่ง ไม่ได้นิ่งดูดาย...ฉันแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้แล้ว
ส่วนพลังงานทดแทนอย่างอื่นไม่มีผลงานให้เห็นเลยว่าจะมาช่วย บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้
ครั้นจะหันไปหาพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยแพงเหลือล้น แถมขีดความสามารถของพลังงานเหล่านี้มีจำกัด ใช้ได้ไม่ตลอด 24 ชั่วโมง
กลางคืนแดดไม่มี กลางวันเมฆหนาฝนตก...พลังงานแสงอาทิตย์ใช้ไม่ได้
พลังงานลมแทบไม่ต้องพูดถึง บ้านเราลมแรงไม่พอ ผลิตพลังงานได้น้อย
แต่ใช่ว่า...หนทางแก้วิกฤตการณ์น้ำมันแพงจะไม่มีทางออกเอาซะเลย
วันนี้...คนไทย...ประเทศไทย...มีทางออกแล้ว!!!
ประดิษฐ์คิดค้นพลังงานทดแทนจากธรรมชาติที่สามารถใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องพึ่งแดดพึ่งลมที่ให้พลังงานไม่เสถียรอีกต่อไป
แถมยังเป็นพลังงานที่สะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งกว่าพลังงานแสงอาทิตย์ และลมซะอีก
แต่ไหนแต่ไรมา เราถูกหว่านล้อมให้เชื่อว่าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม เป็นพลังงานสะอาด...จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะต้องไม่ลืมว่าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม จะต้องมีแบตเตอรี่เป็นตัวช่วยเก็บสะสมพลังงาน
แบตเตอรี่ไม่ว่าจะเล็กเท่าถ่านไฟฉาย หรือใหญ่เท่ากับแบตเตอรี่รถ 10 ล้อ...เป็นขยะยากต่อการกำจัด สร้างมลภาวะให้กับสิ่งแวดล้อม
พลังงานบริสุทธิ์ผุดผ่องที่ว่า...พลังงานไฟฟ้าจากก๊าซไฮโดรเจนที่ได้จากน้ำ และเป็นน้ำฟรีๆ...

ไม่ต้องซื้อหา เอาน้ำจากทะเลมาใช้ก็ยังได้
โดยทีมงานคณะนักวิจัยของ พล.อ.ท.มรกต ชาญสำรวจอดีตเจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ ผู้เฒ่าวัย 73 ปี แต่ยังมีไฟสร้างผลงานดีๆเพื่อประเทศชาติ
สร้างรถไฟฟ้าต้นแบบที่ขับเคลื่อนด้วยก๊าซไฮโดรเจนจากน้ำได้เป็นผลสำเร็จ เป็นประเทศที่ 6 ของโลก ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้
ไม่ใช่คิดทำใช้ได้แค่ในห้องแล็บ
เทคโนโลยีนี้ เดิมมีสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, เยอรมัน, ญี่ปุ่น และจีน ทดลองทำเป็นผลสำเร็จมาแล้ว แต่ทุกประเทศต่างเก็บงำเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่อยากให้ใครรู้
เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าจากไฮโดรเจนไม่เพียงแต่จะนำมาใช้แทนพลังงานจาก น้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น ยังสามารถใช้แทนพลังงานนิวเคลียร์ได้ด้วย ต่อไปเรือดำน้ำไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานนิวเคลียร์ ใช้พลังงานไฮโดรเจนที่ได้จากน้ำทะเล
การสร้างรถไฟฟ้าพลังไฮโดรเจนต้นแบบนี้ พล.อ.ท.มรกต เล่าว่า ได้คิดมานานร่วม 7 ปีแล้ว ตั้งแต่น้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาแพงขึ้นตลอดที่ผ่านมาได้ศึกษาทดลอง สะสมองค์ความรู้ต่างๆไว้จนหมดเงินส่วนตัวไปร่วม 20 ล้าน
และเมื่อนำโครงการสร้างรถต้นแบบไปเสนอ และสภาวิจัยแห่งชาติได้อนุมัติทุนวิจัย การลงมือสร้างรถต้นแบบอย่างจริงจังจึงเริ่มขึ้นเมื่อต้นปี 2550
โดยนำประสบการณ์ที่เคยประดิษฐ์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า, รถยนต์ไฟฟ้า, เรือโดยสารไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์, รถเมล์ไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ จนประสบผลสำเร็จมาบวกผสมกับเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าจากก๊าซไฮโดรเจน แทนไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์
รถไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นำมาใช้ในชีวิตประจำวันยาก เพราะมีปัญหาเรื่องกลางคืนไม่มีแดด ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าป้อนรถได้อย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าเราสามารถทำให้มีไฟฟ้าป้อนรถได้ตลอด 24 ชั่วโมง เอาก๊าซไฮโดรเจนมาป้อนเซลล์ เชื้อเพลิง แปลงก๊าซไฮโดรเจนให้เป็นไฟฟ้าได้ รถจะสามารถวิ่งได้ทั้งวันทั้งคืน
อุปกรณ์ที่เป็นหัวใจสำคัญของการแปลงก๊าซไฮโดรเจนเป็นไฟฟ้านั่นก็คือ...MEA ที่ย่อมาจาก Membrane Electrode Assmbly เรียกเป็นภาษาไทยง่ายๆก็คือ เยื่อแลกเปลี่ยนโปรตรอน
เป็นเยื่อบางๆ 5 ชั้น ที่มีแผ่นพลาสติกโพลีเทตราฟลูออร์เอททีลีนอยู่ตรงกลางทั้งสองข้างประกบ ไปด้วยผ้าคาร์บอนและผงถ่านที่แพลตินั่มจับเกาะเป็นจุด
เมื่อก๊าซไฮโดรเจนวิ่งผ่านเยื่อ MEA จะปลดปล่อยพลังงานไฟฟ้ามาให้ เราใช้งานได้โดยตรง...ไม่ต้องผ่านแบตเตอรี่เหมือนรถไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
และข้อดีอีกอย่างของรถไฟฟ้าพลังไฮโดรเจน ที่เหนือกว่าทั้งรถไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ และรถยนต์ซดน้ำมันทั่วไป...ขนาดของเซลล์พลังงานเล็กและมีน้ำหนักเบากว่ามาก
หนักแค่ 4 กก.ก็ทำให้รถวิ่งได้แล้ว
เอาก๊าซไฮโดรเจนมาผลิตไฟฟ้า ชาวบ้านทั่วไปอาจจะมองว่า ก๊าซชนิดนี้จะเอามาจากไหน จะแพงเหมือนน้ำมันหรือเปล่า?
คนไทยไม่ค่อยรู้ว่า ทุกวันนี้เราได้ปล่อยก๊าซไฮโดรเจนทิ้งไปในอากาศมากมาย โรงงานแก้ว โรงงานปิโตรเคมีปล่อยก๊าซไฮโดรเจนทิ้งทุกวันและที่ผมนำมาทดลอง ก็เป็นก๊าซไฮโดรเจนที่เขาให้มาฟรีๆ อยากจะเอาไปเท่าไรเขาก็ให้
หรือจะทำก๊าซไฮโดรเจนเองก็ยังได้ แค่เอาน้ำมาแล้วใช้ไฟฟ้าแยกก๊าซไฮโดรเจนออกจากน้ำ เพียงนี้ก็ได้พลังงานแล้ว 1 ชั่วโมง ผลิตก๊าซไฮโดรเจนทำให้รถวิ่งไปประมาณ 40 กม. แบบไม่ต้องซื้อหา
และเมื่อพูดถึงก๊าซไฮโดรเจน สิ่งที่ตามมาอีกอย่างนั่นก็คือ คนไทยกลัวว่ามันจะระเบิด...เพราะคุ้นหูกับชื่อระเบิดไฮโดรเจน
ไม่ต้องกลัว พล.อ.ท.มรกต บอก ก๊าซนี้ไม่ระเบิดง่ายๆ จะระเบิดเผาไหม้ได้จะต้องใช้ความร้อนสูงถึง 40,000 ํC
ระเบิดไฮโดรเจนที่ว่าอันตรายร้ายแรงนั้น เกิดขึ้นเพราะเขาเอาระเบิดนิวเคลียร์เป็นตัวจุดเผาให้ก๊าซไฮโดรเจนระเบิด
ฉะนั้น เมื่อเอามาใช้กับรถ จึงไม่ต้องกลัว...ในชีวิตประจำวัน เราไม่มีอะไรที่จะให้ความร้อนที่สูงเป็นหมื่นองศา
ยิ่งไปกว่านั้นผลงานผลิตไฟฟ้าไฮโดรเจนของ พล.อ.ท.มรกตไม่เพียงจะนำไปใช้กับรถเท่านั้น ยังสามารถนำมาเป็นไฟฟ้าใช้ในบ้านได้ด้วย...มันจึงเป็นพลังงานทดแทนตัวจริง
แต่จะเป็นพลังงานทดแทนให้กับคนไทยจริงแค่ไหน...ก็ยังขึ้นอยู่กับรัฐบาล นักเลือกตั้งมีความตั้งใจจะทำให้มันจริง มากน้อย
เนื่องจากที่ผ่านมา นักเลือกตั้งถนัดแต่ซื้อของนอก เพราะสามารถปั่นราคาฟาดค่าคอมมิชชั่น
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ